คำนวณจำนวนถังจากพื้นที่ผิวเหล็กและความหนาฟิล์มที่ต้องการ
การประเมินราคาสีกันไฟที่แม่นต้องเริ่มจาก “พื้นที่ผิวเหล็กจริง” และ “ความหนาฟิล์มแห้ง (DFT)” ที่มาตรฐานกำหนด ไม่ใช่คิดจากพื้นที่อาคารตารางเมตรลอยๆ บทความนี้สรุปสูตรให้ประเมินเบื้องต้นได้เอง
ตัวแปรที่ต้องรู้ 3 ตัว
- พื้นที่ผิวเหล็ก (A) — ตร.ม. คิดจากเส้นรอบรูปหน้าตัด × ความยาวชิ้นงาน
- ความหนาฟิล์มแห้ง (DFT) — ไมครอน (µm) เปิดจากตารางตามชั่วโมงทนไฟและค่า Hp/A
- ค่าครอบคลุมของสี (Coverage) — โดยทั่วไปคิดเป็น “ลิตรต่อ ตร.ม. ต่อความหนา”
สูตรคำนวณปริมาณสี
ปริมาณสีเปียก (ลิตร) = A (ตร.ม.) × DFT (µm) ÷ (%ของแข็งโดยปริมาตร × 10)
จำนวนถัง = ปริมาณสี ÷ ความจุต่อถัง × (1 + %การสูญเสีย)
โดยทั่วไปเผื่อการสูญเสียจากการพ่น (overspray/เศษเหลือ) ประมาณ 10–20% ตามลักษณะหน้างานและวิธีการทา
ตัวอย่างประเมินคร่าวๆ
| พื้นที่ผิวเหล็ก | 500 ตร.ม. |
| ความหนาที่ต้องการ (2 ชม.) | 700 µm |
| เผื่อการสูญเสีย | 15% |
ตัวเลข %ของแข็งและ Coverage ต่างกันในแต่ละสูตร/ยี่ห้อ ตัวอย่างนี้ใช้เพื่ออธิบายวิธีคิดเท่านั้น — เลขจริงต้องอิงเอกสาร TDS ของสีรุ่นที่ใช้
แล้ว “ราคาต่อตารางเมตร” ล่ะ
ราคาต่อ ตร.ม. = (ค่าสี + ค่าแรงพ่น + สีรองพื้น/ทับหน้า) ÷ พื้นที่ผิว ยิ่งชั่วโมงทนไฟมากและเหล็กหน้าตัดเล็ก ราคาต่อ ตร.ม. จะสูงขึ้นเพราะต้องทาหนาขึ้น วิธีที่แม่นที่สุดคือส่ง BOQ หรือแบบเหล็กมาให้วิศวกรถอดพื้นที่ผิวและเปิดตารางความหนาให้ แล้วจะได้ราคาที่ใช้ยื่นงานได้จริง
ต้องการคำปรึกษาหรือใบเสนอราคางานกันไฟ?
ทีมวิศวกรช่วยคำนวณปริมาณ ความหนาฟิล์ม และชั่วโมงทนไฟให้ตรงมาตรฐาน — ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
ขอใบเสนอราคา