สีกันไฟ Neocoat มีทั้งสูตรน้ำ (W) และสูตรน้ำมัน (S)
สีกันไฟแบบขยายตัว (intumescent) มีสองสูตรหลักคือ “สูตรน้ำ” (Water-based) และ “สูตรน้ำมัน/ตัวทำละลาย” (Solvent-based) ทั้งคู่กันไฟได้ตามมาตรฐานเหมือนกัน แต่ต่างกันที่เงื่อนไขหน้างานและความทนสภาพแวดล้อม
เปรียบเทียบแบบเห็นภาพ
| หัวข้อ | สูตรน้ำ (W) | สูตรน้ำมัน (S) |
| กลิ่น/ไอระเหย | กลิ่นน้อย ระบายอากาศง่าย | กลิ่นแรง ต้องระบายอากาศดี |
| เหมาะกับพื้นที่ | งานภายใน (Interior) | งานภายใน–กึ่งภายนอก |
| ทนความชื้น/ไอเกลือ | ปานกลาง | ดีกว่า |
| เวลาแห้ง | แห้งเร็วในอากาศไม่ชื้น | คงที่ ไม่ค่อยขึ้นกับความชื้น |
| ทำความสะอาดอุปกรณ์ | ล้างด้วยน้ำ | ใช้ทินเนอร์ |
งานแบบไหนควรเลือกสูตรน้ำ
- อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ที่ต้องการกลิ่นน้อย
- พื้นที่ปิดที่ระบายอากาศจำกัด ทำงานตอนอาคารยังใช้งานอยู่
- โครงการที่เน้นข้อกำหนดด้าน VOC / สิ่งแวดล้อม
งานแบบไหนควรเลือกสูตรน้ำมัน
- โรงงาน คลังสินค้า ที่ความชื้นสูงหรือมีไอเคมี
- งานที่ต้องการฟิล์มทนทานและแห้งได้แม้อากาศแปรปรวน
- บริเวณกึ่งภายนอกที่มีหลังคาคลุมแต่ยังเจอความชื้น
ไม่ว่าจะสูตรไหน ต้องใช้คู่กับ สีรองพื้น (Primer) และ สีทับหน้า (Top Coat) ที่เข้ากันกับระบบ จึงจะได้ทั้งการยึดเกาะและการปกป้องระยะยาว
สรุปคือไม่มีสูตรไหน “ดีกว่า” แบบเบ็ดเสร็จ ขึ้นกับสภาพหน้างานเป็นหลัก หากไม่แน่ใจ ส่งรูปหน้างานและประเภทอาคารมาให้ทีมวิศวกรช่วยแนะนำระบบที่เหมาะได้
ต้องการคำปรึกษาหรือใบเสนอราคางานกันไฟ?
ทีมวิศวกรช่วยคำนวณปริมาณ ความหนาฟิล์ม และชั่วโมงทนไฟให้ตรงมาตรฐาน — ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
ขอใบเสนอราคา